วิธีเลือกซื้อ ไมค์อัดเสียง

ไมค์อัดเสียง เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่รองรับการใช้งานได้ในหลากหลายอาชีพ และยังเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการทำงานของอาชีพเหล่านั้นด้วยนะคะ ซึ่งช่วยให้อุปกรณ์อื่น ๆ อย่างสมาร์ทโฟน แล็บท็อป และกล้องถ่ายภาพ สามารถทำการอัดเสียงได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ ในบทความนี้ เราเลยจะมาแนะนำ วิธีเลือกซื้อไมค์อัดเสียง ให้กับทุกคนกันค่ะ ตามเราไปดูวิธีการเลือกไมค์อัดเสียงกันเลยค่ะ

ประเภทของไมค์อัดเสียง

     ไมค์อัดเสียง เราสามารถแบ่งออกมาได้ 2 ประเภท ได้แก่

1. ไมค์คอนเดนเซอร์

หนึ่ง ไมค์อัดเสียง

     ไมค์คอนเดนเซอร์ เป็นไมค์อัดเสียงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จากความสามารถในการบันทึกเสียงในทุกย่านความถี่ ทำได้อย่างมั่นคง และลื่นไหล รองรับได้ทั้งการบันทึกเสียงร้องเพลง และการบันทึกเสียง ผ่านกล้องวิดีโอได้ รวมไปถึงในด้านของราคา ก็เรียกว่า มีให้เลือกซื้อได้หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นที่มีราคาเพียงหลักร้อย ไปจนถึงรุ่นที่มีราคาหลายหมื่นบาทเลยล่ะค่ะ แต่ด้วยระดับราคาที่แตกต่างกันออกไป ทำให้บางรุ่น สามารถป้องกันเสียงรบกวนรอบด้านได้ในระดับต่ำเอามาก ๆ ส่งผลให้หลังจากการบันทึกเสียง หรือการบันทึกวิดีโอในบางสถานการณ์ ก็จำเป็นจะต้องปรับแต่งเสียงเพิ่มเติมอีกด้วยค่ะ

2. ไมค์ไดนามิก

สอง

     ไมค์ไดนามิก เป็นไมค์อัดเสียงที่นักร้อง หรือนักพากย์นิยมเลือกใช้ โดยจะมีจุดเด่นในเรื่องของการป้องกันเสียงรบกวน ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านแผ่นไดอะเฟรม ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ในการบันทึกเสียงโดยตรง ทำให้ไมค์ไดนามิกเหมาะกับการใช้ในงาน ที่ผู้พูดไม่สามารถอยู่ในสถานที่ปิดได้ค่ะ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงมีข้อเสียอยู่นะคะ ในด้านของความไวเสียงที่ต่ำ และช่วงในการรับเสียงที่ค่อนข้างแคบค่ะ ทำให้ไม่เหมาะกับการอัดเสียงในห้องอัดเหมือนไมค์คอนเดนเซอร์ค่ะ แต่ก็ถือว่า ใช้ในการร้องเพลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นประเภทที่มีราคาค่อนข้างย่อมเยากว่าอีกด้วยค่ะ

วิธีการเลือกซื้อไมค์อัดเสียง

สาม ไมค์อัดเสียง

1. จุดประสงค์หรือความต้องการ

     สิ่งแรกที่เราควรให้ความสนใจในการเลือกซื้อไมค์อัดเสียง คือ จุดประสงค์หรือความต้องการหลัก ๆ ที่เราจำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์ตัวดังกล่าว เช่น หากเราต้องการใช้งานไมโครโฟน เพื่อบันทึกเสียงสำหรับการทำพอดแคสต์ หรือใช้ในการพากย์วิดีโอ ก็อาจต้องเลือกรุ่นที่มีช่วงความถี่กว้าง เพื่อให้รองรับการไล่เสียงสูงต่ำ ซึ่งจะทำให้แสดงอารมณ์ได้ดีมากที่สุดนั่นเองค่ะ

2. เลือกจากอุปกรณ์ที่ให้มาพร้อมกันกับตัวไมค์

     นอกจาก คุณภาพของไมโครโฟน ที่ให้มาแล้ว ยังควรพิจารณาถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการบันทึกเสียงด้วยเช่นกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่บังลม ขาตั้ง หรือฟองน้ำหุ้มไมค์ โดยสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้มือใหม่ สามารถอัดเสียงได้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น แต่ในการใช้งานของมืออาชีพ ก็อาจจำเป็นต้องแยกซื้อแต่ละชิ้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน จากระดับของคุณภาพอุปกรณ์ ที่คุณเลือกใช้งานในแต่ละชิ้นด้วยค่ะ

สี่

3. พิจารณาประเภทของไมค์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน

     หากมีจุดประสงค์เฉพาะในการเลือกใช้งานไมค์อัดเสียง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานสำหรับเป็นไมค์บันทึกเสียง ไมค์ร้องเพลง หรือ ไมค์กล้องวิดีโอ การเลือกประเภทให้เหมาะสม ก็นับเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้การทำงานของคุณเป็นไปได้ดี และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหากต้องการให้การบันทึกเสียงร้องมีคุณภาพสูงสุด ควรเลือกใช้ไมค์ไดนามิกที่มีแผ่นไดอะเฟรม ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงรบกวน หรือหากคุณต้องการใช้เป็นไมค์กล้องวิดีโอ ก็อาจต้องเลือกไมค์คอนเดนเซอร์ ที่มีความไวในการรับเสียงมากกว่า เพื่อช่วยให้วิดีโอของคุณมีคุณภาพเสียงสูงมากที่สุดค่ะ

4. ตรวจสอบพอร์ตการเชื่อมต่อของอุปกรณ์

     ไมค์อัดเสียง สำหรับบันทึกเสียงโดยส่วนใหญ่ จะแบ่งแยกพอร์ตการเชื่อมต่อหลัก ๆ ออกมาเป็น 2 ประเภท ซึ่งประกอบด้วยพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB และพอร์ตเชื่อมต่อแบบแจ็ค 3.5 มิลลิเมตรค่ะ ส่งผลให้ในการเลือกใช้งานควรตรวจสอบพอร์ตการเชื่อมต่อหลัก ๆ ของตัวไมค์ให้ถี่ถ้วน เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับตัวอุปกรณ์ของคุณได้อย่างถูกต้อง โดยไม่เกิดความผิดพลาดหลังการสั่งซื้อนั่นเองค่ะ

3 สิ่งที่ควรรู้ก่อนการเลือกซื้อไมค์อัดเสียง

ห้า ไมค์อัดเสียง

1. ทิศทางการรับเสียงของไมโครโฟน (Polar Pattern)

     ในไมค์แต่ละประเภทจะมีทิศทางในการรับเสียงแตกต่างกันออกไป จึงทำให้เหมาะกับการใช้งานในสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน โดยทิศทางของการรับเสียงจะแบ่งแยกออกมาได้ 5 ประเภท ดังนี้

     – Cardioid รูปแบบการรับเสียงที่ผ่านมาเฉพาะเพียงด้านหน้า

     – Figure Eight รูปแบบที่รับเสียงสองทิศทางทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แต่จะไม่รับเสียงจากด้านข้าง

     – Omnidirectional ประเภทที่รับเสียงจากรอบทิศทางได้อย่างเท่าเทียมกัน

     – Unidirectional การรับเสียงแบบทางตรง ที่สามารถรับเสียงด้านหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม แต่จะรับเสียงจากด้านข้างได้ลดลงไปตามะยะทาง

     – Bidirectional ซึ่งเป็นแบบที่เก็บเสียงได้ดีที่สุดจากด้านข้างและด้านหลัง ทำให้เสียงด้านหน้าค่อนข้างเบามากกว่าแบบอื่น ๆ

2. สามารถในการรับเสียงสูงสุด (Maximum SPL)

     การรับเสียงสูงสุด เป็นหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยบอกประสิทธิภาพในการทำงานของไมโครโฟนได้ค่ะ หากเราไม่ต้องการให้ในการบันทึกเสียงมีบางส่วนขาดหายไป ก็ควรตรวจเช็คความสามารถในการรับเสียงสูงสุด ที่ไมค์ตัวดังกล่าวทำได้นะคะ ซึ่งจะแสดงออกมาได้ถึงการบันทึกเสียงในระดับความดังสูงสุดของตัวไมค์ โดยที่ยังคงคุณภาพความคมชัดของเสียงวิดีโอไปได้ในขณะเดียวกันค่ะ

หก

3. การตอบสนองต่อช่วงความถี่ (Frequency Response)

     โดยปกติแล้ว คนเราจะสามารถได้ยินช่วงความถี่ของเสียงในขอบเขตที่จำกัด ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณ 20 Hz ถึง 20 kHz ส่งผลในการเลือกซื้อไมค์อัดเสียง ไม่ควรลืมตรวจสอบเกี่ยวกับช่วงความถี่ ที่ไมค์ตัวนั้นบันทึกได้ เพราะหากช่วงคความถี่ที่บันทึกได้ไม่ครอบคลุมกับเสียง ที่มนุษย์เราสามารถได้ยินได้ทั้งหมด อาจทำให้ในการบันทึกเสียงที่ต้องใช้ช่วงความถี่แตกต่างกัน เช่น การบันทึกเสียงเครื่องดนตรี อาจไม่ดีเพียงพอเท่าที่ควรจะเป็นค่ะ

     เป็นอย่างไรบ้างคะ กับ วิธีเลือกซื้อไมค์อัดเสียง ที่เรานำมาฝาก นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำประเภทของไมค์อัดเสียง และบอก 3 สิ่งที่ควรรู้ก่อนการเลือกซื้อไมค์อัดเสียง ในการซื้อไมค์อัดเสียงอีกด้วยนะคะ บอกเลยว่า อ่านบทความนี้ จะทำให้ทุกคนได้วิธีการเลือกซื้อไมค์อัดเสียงได้เหมาะสมกับการใช้งานอย่างแน่นอนค่ะ

และเรายังมี เกมทำฟาร์ม ที่เรารวบรวมไว้ในบทความ แนะนำ 5 เกมทำฟาร์ม เบาสมอง เล่นเพลิน คลายเครียด มีทั้งเกมทำฟาร์ม แบบออนไลน์ และออฟไลน์ ให้ได้เลือกเล่น ใครที่ไม่รู้ว่า จะเล่นเกมชิล ๆ สบาย ๆ เกมไหนดี ก็ลองมาเล่นได้เลยค่ะ

นอกจากนั้น เราขอแนะนำ INTROLYRIC เว็บแปลเพลงยอดนิยม แปลเพลงสากล แปลเพลงทุกภาษา เพลงใหม่ พร้อมความหมายดี ๆ รวมถึงเกล็ดความรู้ภาษาอังกฤษ มีอัพเดตใหม่ทุกวันให้กับคุณทุกวันค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *